24 พฤษภาคม 2013

จากใจสู่ใจ

ตอนที่ 13

จากใจสู่ใจ

Use of Invasive strategy in Non-ST-Segment Elevation Myocardial Infarction Is a Major Determinant of Improved Long-Term Survival: FAST MI (French Registry of Acute Coronary Syndrome) โดย Puymirat E, Taldir G, Aissaoui N, et al. ตีพิมพ์ใน J Am Coll Cardiol Intv 2012;5:893-902 ¦เป็นการเปรียบเทียบการทำ invasive strategy (IS) กับ conventional strategy (CS) ในผู้ป่วย NSTEMI จำนวน 1,645 ราย จาก FAST MI (MI < 48 ชั่วโมง) ที่รวบรวมผู้ป่วยได้ทั้งสิ้น 3,670 ราย โดย 80% ของผู้ป่วย NSTEMI ได้รับ IS พบว่า กลุ่ม IS อายุน้อยกว่า (67+12 ปี vs 80+11 ปี) มีผู้ป่วยเพศหญิงน้อยกว่า (29% vs 51%) และมี GRACE (Global Registry of Acute Coronary Events) risk score น้อยกว่า (137+36 vs 178+34) กลุ่ม CS อัตราการเสียชีวิตและการให้เลือดในกลุ่ม CS สูงกว่ากลุ่ม IS อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (13.1% vs 2.0% และ 9.1% vs 4.6% จามลำดับ) กลุ่ม IS ยังมีอัตราการเสียชีวิตที่ 3 ปี และ cardiovascular death น้อยกว่ากลุ่ม CS (17% vs 60%, HR: 0.44, 95% CI: 0.35-0.55 และ 8% vs 36%, HR: 0.37, 95% CI: 0.27-0.50 ตามลำดับ) หลังใช้ score matching (ได้ 181 รายในแต่ละกลุ่ม) พบว่า กลุ่ม IS มีอัตราการรอดชีวิตที่ 3 ปีมากกว่ากลุ่ม CS

สรุป: ในโลกของความเป็นจริง IS ในผู้ป่วย STEMI ช่วงอยู่ในโรงพยาบาลเป็น independent predictor ของ 3-year survival โดยไม่คำนึงถึงอายุ

Clinical Implication: ผู้ป่วย ACS มักมี coronary blood flow ลดลง การทำ IS จะทำให้ blood flow ดีขึ้น myocardial function ก็จะดีขึ้นด้วย โอกาสเสียชีวิตหรือการเกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆก็ควรจะลดลง และหากติดตามข่าวสารใหม่ๆก็จะพบว่า ผู้ป่วยแม้อายุจะมาก IS ก็ยังให้ประโยชน์มากกว่า CS

 

Prevalence and Clinical Characteristics of Mental Stress-Induced Myocardial Ischemia in Patients with Coronary Heart Disease โดย Jiang W, Samed Z, Boyle S, et al. ตีพิมพ์ใน J Am Coll Cardiol 2013;61:714-722 เป็นการศึกษาที่มีวัตถุประสงค์ที่จะ หาความชุกและลักษณะทางคลินิกของ mental stress-induced myocardial ischemia (MSIMI) ในผู้ป่วยหลอดเลือดหัวใจอาการคงที่ จำนวน 307 ราย อายุเฉลี่ย 64 ปี เพศหญิง 17.42% ทุกรายได้รับการทดสอบความเครียดสามด้านก่อนการทดสอบเดินสายพาน ได้แก่ mental arithmetic (MS1), mirror trace (MS2) และ anger recall public speech (MS3) จะถือว่า มี myocardial ischemia หากมี regional wall motion abnormality เกิดขึ้นใหม่หรือเลวลงจาก ECHO, LVEF ลดลงจากเดิม > 8% และ ST depression (ไม่ว่าจะเป็น horizontal หรือ downslope) > 1 mm. ใน > 2 lead ติดต่อกัน > 3 beat อย่างน้อย 1 MS หรือระหว่างเดินสายพาน พบว่า MSIMI เกิดขึ้น 43.45% ในขณะที่ exercise-induced myocardial ischemia (ESIMI) เกิดเพียง 33.79% (p = 0.002) เพศผู้หญิง (OR: 1.88) ผู้ที่ไม่ได้แต่งงาน (OR: 1.99) และผู้ที่อาศัยอยู่ตามลำพังคนเดียว (OR: 2.24) มีโอกาสเกิด MSIMI (p < 0.05 ในทุกกรณี) เมื่อใช้ multivariate analysis เทียบกับเพศชายที่ไม่ได้แต่งงาน เพศชายที่แต่งงานหรือมีผู้อาศัยร่วมด้วย (OR: 2.57) และเทียบกับเพศหญิงที่แต่งงาน (OR: 3.18) หรือกับอยู่คนเดียว (OR: 2.25 และ 2.72 สำหรับเพศชาย และหญิง ตามลำดับ) โดยมีความแตกต่างทางสถิติอย่างมีนัยสำคัญ (p < 0.05 ในทุกกรณี)

สรุป: ภาวะ MSIMI พบได้บ่อยกว่า ESIMI ในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจที่อาการคงที่ ผู้หญิง เพศชายที่ไม่ได้แต่งงาน และผู้ป่วยที่อยู่ตามลำพัง มีความเสี่ยงสูงกว่าในการที่จะเกิด MSIMI

Clinical Implication: ความเครียดน่าจะเป็นปัญหาต่อสุขภาพมากขึ้น โดยเฉพาะเพศหญิง ผู้ที่อาศัยอยู่ตามลำพัง บุคลากรทางการแพทย์ควรให้การเอาใจใส่ในเรื่องราวต่างๆของผู้ป่วยที่ทำให้เกิดความเครียดให้มากขึ้น  

Prognostic Impact of the Presence and Absence of Angina on Mortality and Cardiovascular Outcome in Patients with Type 2 Diabetes and Stable Coronary Artery Disease. Results from the BARI 2 D (Bypass Angioplasty Revascularization Investiga- tion 2 Diabetes) Trial โดย Dagenais GR, Lu J, Faxon DP, et al. ตีพิมพ์ใน J Am Coll Cardiol 2013;61:702-711 เป็นการศึกษาความเสี่ยง all cause mortality และ cardiovascular event ในผู้ป่วยเบาหวานชนิด 2 (DM2) ของ BARI trial ที่มีอาการของหลอดเลือดหัวใจคงที่จำนวน 2,364 ราย แบ่งผู้ป่วยได้เป็น 3 กลุ่มคือ angina (A) 1,434 ราย, angina equivalent (E) 506 ราย และ กลุ่มที่ไม่มีอาการ (N) 424 ราย เมื่อติดตามไปนาน 5 ปี เกิด cumulative death rate 12%, 14% และ 10% ในกลุ่ม A, E และ N ตามลำดับ (p = 0.3) เกิด cardiovascular composite rate 24%, 24% และ 21% ในกลุ่ม A, E และ N ตามลำดับ (p = 0.5) hazard ratio ในด้านอัตราการเสียชีวิต และ cardiovascular event ของกลุ่ม A และ E ไม่แตกต่างจากกลุ่ม N

สรุป: ผู้ป่วย DM2 ที่มีอาการด้านหลอดเลือดหัวใจคงที่ จะมีความเสี่ยงต่อการเกิด cardiovascular event และการเสียชีวิต ไม่แตกต่างกันในทุกกลุ่มอาการ ดังนั้นผู้ป่วยเบาหวานที่มีโรคหลอดเลือดหัวใจ อาจต้องได้รับการรักษาที่คล้ายคลึงกันเพื่อลดความเสี่ยงและการป้องกัน   

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง

 
© 2011-2012 All Contents are copyright reserved by CardioOK
Design by MEALphotography.com