29 มิถุนายน 2013

จากใจสู่ใจ

ตอนที่ 14

จากใจสู่ใจ

Effect of Yoga on Arrhythmia Burden, Anxiety, Depression, and Quality of Life in Paroxysmal Atrial Fibrillation: The YOGA My Heart Study โดย Lakkireddy D, Atkins D, Pillarisetti J, et al. ตีพิมพ์ใน J Am Coll Cardiol 2013;61:1177-82 เป็นการศึกษาผลของ yoga ในด้าน burden, quality of life (QoL), depression และ anxiety score¦ ในผู้ป่วย symptomatic paroxysmal atrial fibrillation (PAF) จำนวน 49 ราย (ผู้ป่วย 88% มีอาการ) ชาย/หญิง 23/26 ราย อายุเฉลี่ย 60 ปี ระยะเวลาที่เป็น PAF 64 เดือน (+ 72 เดือน) LVEF 58% โดยการทำ pre study (observation period) เป็นเวลา 3 เดือน หลังจากนั้นจึงทำ post study ให้เล่นโยคะครั้งละ 60 นาที สัปดาห์ละ 2 ครั้งนาน 3 เดือน ประเมินผลของโยคะจาก SF-36, Zung self-rated anxiety, Zung self-rated depression เปรียบเทียบคะแนนที่ baseline (day 0) ก่อน (day 90) และหลังการศึกษา (day 180) พบว่า โยคะสามารถลดได้ทั้ง symptomatic AF episode (3.8 + 3 VS 2.1 + 2.6, p < 0.001), symptomatioc non-AF episode (2.9 + 3.4 VS 1.4 + 2.0, p < 0.001), asymptomatic AF episode (0.12 + 0.44 VS 0.04 + 0.20, p < 0.001), และ depression-anxiety (p < 0.001) ในขณะเดียวกันโยคะช่วยเพิ่ม QoL ในด้าน physical function, general health, vitality, social function และ mental health (p = 0.017, < 0.001, <0.001, = 0.019, และ < 0.001 ตามลำดับ) อย่างไรก็ตามพบว่า อัตราการเต้นหัวใจ ความดันโลหิตทั้ง systolic และ diastolic ในช่วง pre และ post study ต่ำกว่า baseline อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.001)

ผู้วิจัยสรุปว่า สำหรับผู้ป่วย PAF     โยคะสามารถลดอาการ ความถี่ของการเกิด PAF ชีพจร ความดันโลหิต ความเครียดและการซึมเศร้า เพิ่มคุณภาพชีวิตในหลายด้าน

Clinical Implication: งานวิจัยฉบับนี้แสดงให้เห็นว่า ยังมีวิธีการหรือการรักษาร่วมอื่นๆที่สามารถลดอาการ หรือทำให้อาการของโรคหายไป (โรคไม่ได้หาย) แพทย์รักษาโรคแผนปัจจุบันควรพิจารณาการรักษาร่วม หรือ alternative medicine เข้ากับการรักษา อาจทำให้ผู้ป่วยอาการดีขึ้น

 

A Systemic Review and Meta-Analysis on Primary Percutaneous Coronary Intervention of an Unprotected Left Main Coronary Artery Culprit Lesion in the Setting of Acute Myocardial Infarction โดย Vis MM, Beijk MA, Grundeken MJ, et al. ตีพิมพ์ใน J Am Coll Cardiol Intv 2013;6:317-24 เป็นรายงาน meta-analysis จาก 13 study เพื่อศึกษา 30-day all-cause mortality จากการทำ primary PCI (PPCI) ในผู้ป่วย unprotected left main coronary artery (ULMCA) culprit lesion จำนวน 977 ราย ในจำนวนนี้มีผู้ป่วย cardiogenic shock (CS) 252 ราย (26%) พบว่า 30-day all-cause mortality ในผู้ป่วย CS สูงกว่าผู้ที่ไม่เกิด CS (57% VS 11%, risk ratio 3.15, 95% CI: 1.90 to 5.23) เมื่อวิเคราะห์หาผลของ การใช้ stent ต่างชนิด (bare-metal stent, BMS และ drug-eluting stent, DES) และไม่ใส่ stent (balloon angioplasty, BA) พบว่า อัตราการเสียชีวิตในผู้ป่วย CS ก็ยังสูงกว่าผู้ป่วยที่ไม่เกิด CS ดังตาราง

 

Average Estimated 30-Day All-Cause Mortality

Group

No CS (%)

CS (%)

RR

95% CI

P Value

BA and/or BMS (N = 72)

20.8

61.7

2.97

1.46-6.06

0.003

BMS and/or DES (N = 869)

14.7

53.1

3.60

2.79-4.65

< 0.0001

DES (N = 36)

0

61.7

-

-

 

Overall

15

55.0

3.74

2.95-4.76

< 0.0001

ผู้วิจัยสรุปว่า: จาก meta-analysis ขนาดใหญ่ของผู้ป่วย ULMCA ที่ได้รับการทำ PPCI กลุ่มที่เกิด CS จะมีอัตราการเสียชีวิตที่ 30 วันมากกว่า กลุ่มที่ไม่เกิด CS และอัตราการเสียชีวิตแบบประมาณการนี้อาจใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงในอนาคตต่อไป

Clinical Implication: โดยทั่วไป ผู้ป่วยที่เกิด CS ไม่ว่าจะอุดตันที่หลอดเลือดเส้นใด ก็มักจะมีอัตราการเสียชีวิตมากกว่าผู้ที่ไม่เกิด CS จึงยังเป็นสิ่งท้าทายบุคลากรทางการแพทย์ ที่จะสร้างความตระหนักให้กับสังคม ในการไปพบแพทย์โดยเร็วเมื่อเริ่มมีอาการสงสัยกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด รวมทั้งให้การวินิจฉัย และให้การรักษาที่ด้วยวิธีการเปิดหลอดเลือดให้เร็วที่สุด ก่อนที่จะเกิดภาวะ CS

 

Pathological Q Waves in Myocardial Infarction in Patients treated by Primary PCI โดย Delewi R, IJff G, van de Hoef TP, et al. ตีพิมพ์ใน J Am Coll Cardiol Img 2013;6:324-31 เป็นการศึกษาหาความสัมพันธ์ของ Q wave ต่อการเกิดกล้ามเนื้อหัวใจตายถาวร และ การกลับฟื้นของกล้ามเนื้อหัวใจหากเกิด Q wave regression ในผู้ป่วย STEMI 184 ราย ที่ได้รับการทำ PPCI โดยผู้ป่วยทุกรายจะได้รับการทำ standard 12-lead ECG ก่อนและหลัง PPCI ที่ 1, 4, 12 และ 24 เดือน กำหนดให้เป็น Q wave MI เมื่อ มี Q wave ใน > 2 contiguous lead และถือตาม classic criteria ของ Thrombolysis in Myocardial Infarction และ 2000, 2007 consensus criteria ผู้ป่วยได้รับการทำ cardiac magnetic resonance (CMR) ในวันที่ 4 + 2 วันหลัง PPCI และทำซ้ำอีกหลัง 4 และ 24 เดือน contrast-enhanced CMR ทำที่ baseline และ 4 เดือน พบว่า classic ECG criteria จะสัมพันธ์อย่างมากกับ infarct size ที่หาโดย CMR ซึ่ง Q wave MI จะเกิดขึ้นตรงตาม criteria 23% ใน 1 ชั่วโมงแรกหลัง PPCI ที่ 24 เดือน 40% ของผู้ป่วยที่เกิด initial Q wave มี Q wave regression ที่ baseline ผู้ป่วยที่เกิด Q wave MI มี large infarct size และ LV ejection fraction ต่ำ เมื่อเทียบกับผู้ป่วยที่เป็น non-Q MI (24 + 10% LV mass VS 17 + 9% LV mass, p < 0.01 และ 37 + 8% VS 45 + 8%, p < 0.001 ตามลำดับ) ในขณะที่กลุ่มที่เกิด Q wave regression จะมี LVEF ที่ดีขึ้นอย่างมากใน 24 เดือน เมื่อเทียบกับกลุ่ม Q และ non - Q wave MI (9 + 11% VS 2 + 8% และ 3 + 8%, ตามลำดับ p = 0.04 สำหรับทั้งสองกลุ่มเปรียบเทียบ)

 

CMR

Non-Q wave MI

Persistent Q wave MI

Q wave Regression

Infarct size, % of LV mass

 

 

 

   Baseline

17 + 9

25 + 5

24 + 4

   4 Months

11 + 7

17 + 5

15 + 7

LVEF, %

 

 

 

   Baseline

45 + 8

37 + 8

38 + 7

   4 Months

49 + 9

40 + 7

43 + 10

   12 Months

49 + 8

40 + 8

48 + 11

ผู้วิจัยสรุปว่า: ความสัมพันธ์ระหว่าง Q wave และ infarct size จะเกิดขึ้นอย่างแนบแน่นเฉพาะ classic Q wave criteria ผู้ป่วยที่เกิด Q wave regression จะสัมพันธ์กับ LVEF ที่ดีขึ้นอย่างมากจากการทำ CMR    

Clinical Implication: จากการศึกษาครั้งนี้พบว่า Q wave regression เกิดขึ้นในช่วง 1-3 เดือนหลัง PCI ดังนั้น เราอาจใช้ ECG เป็นเครื่องมือติดตามเพื่อพยากรณ์โรค

 

 

 

Note:

 

Multiple definitions of pathological Q wave

Classical criteria

Q-wave with a duration > 40 ms and/or a depth > 25% of the R-wave in the same lead or the presence of a Q-wave equivalent.

TIMI criteria

Q-wave > 30 ms in 2 contigeous leads, any Q- or R-wave < 10 ms and < 0.1 mV in lead V2, and R-wave > 40 ms in V1.

Consensus 2000

Any Q-wave in lead V1 through V3, Q-wave > 30 ms in leads I, II, aVL, aVF, V4, V5, V6.

The Q-wave changes must be present in any 2 contigeous leads, and be > 1 mm in depth.

Consensus 2007

Any Q-wave in leads V2-3 > 20 ms or QS complex in leads V2 and V3.

Q-wave > 30 ms and > 0.1 mV deep or QS complex in leads I, II, aVL, aVF or V4-6 in any 2 leads of contiguous lead grouping (I, aVL, V6; V4-6; II, III, aVF).

R-wave > 40 ms in V1-V2 and R/S > 1 with a concordant positive T-wave in the absence of a conduction defect.

 

  

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง

 
© 2011-2012 All Contents are copyright reserved by CardioOK
Design by MEALphotography.com