16 สิงหาคม 2013

สงครามกับชีวิต

ตอนแรก

สงครามกับชีวิต

            เมื่อเอ่ยถึง ‘สงคราม’ หลายคนคงคุ้นเคยกับความหมายของมันเป็นอย่างดี คนรุ่นคุณปู่คุณย่าเคยเผชิญกับภัยสงครามมาแล้วหลายครั้ง และไม่อยากให้มันเกิดขึ้นกับตนเองและประเทศชาติอีกเลย เพราะผลสุดท้ายของสงครามก็คือ การพลัดพรากจากสิ่งที่เรารัก เชื่อว่าทุกคนไม่อยากที่จะเสียของที่เรารักไป ¦แต่ในชีวิตที่เป็นจริง เราไม่อาจปฏิเสธได้ว่า เรามักจะเสียของที่เรารักไปอย่างเต็มใจหรือไม่เต็มใจอยู่ตลอดเวลาของชีวิตที่เปลี่ยนไปตามวิถีทางของวัฏสงสาร แม้เราจะดูแลสิ่งเหล่านั้นเป็นอย่างดีที่สุดที่เราจะทำได้ ทุกคนพยายามปกป้องไม่ให้สิ่งต่างๆโดยเฉพาะบุคคลอันเป็นที่รักต้องจากไป ทั้งๆที่รู้ว่าเป็นไปไม่ได้ สงครามแย่งชิงตัวจึงเกิดขึ้น โดยไม่คำนึงถึงความเสียหายที่จะเกิดขึ้น เพียงหวังว่า เมื่อก่อสงครามแล้วอาจทำให้บุคคลอันเป็นที่รักจะคงอยู่กับเรา……           

            ค่ำคืนวันหนึ่งที่อากาศกำลังเย็นสบายในเดือนธันวาคม ผมต้องตกใจตื่นเพราะเสียงโทรศัพท์ตามตัวที่วางไว้หัวเตียงดังขึ้น “กริ๊งๆๆๆ……” ลูกๆของผมตอนเด็กๆมักเรียกเสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นนี้ว่า ‘เสียงสวรรค์’ ……สวรรค์ต้องการความช่วยเหลือจากคุณพ่อให้ไปรักษาผู้ป่วย….เขาหมายความอย่างนั้นจริงๆ……ผมเหลือบดูนาฬิกาที่แขวนอยู่ข้างฝาห้อง ‘โอ….ตีสามครึ่ง….’

            “ฮัลโหล ….ผมหมอสุไอเดียครับ” ผมพูดใส่โทรศัพท์ในขณะที่ยังหลับตาอยู่ เสียงหวานๆจากคุณโอเปอเรเตอร์ตอบกลับมา “อาจารย์ขา ไอซียูค่ะ” แล้วเธอก็โอนสายไปไอซียู “ไอซียูค่ะ ดิฉันนวลปราง พยาบาลรับสายค่ะ” คุณพยาบาลรับสาย ตอบกลับอย่างคล่องปรื๋อ “ผมหมอสุไอเดียครับ มีอะไรหรือครับ” ผมถาม “คุณสมถวิล คนไข้ของอาจารย์มาแอ็ดมิทที่ไอซียูตอนตีสามยี่สิบค่ะ” เธอตอบ “คุณสมถวิล อายุ 65 ปี เป็นเบาหวาน ความดันโลหิตสูง หลอดเลือดหัวใจตีบ ผ่าตัดทำบายพาสมา 8 ปี มีภาวะไตวาย ล้างไตสัปดาห์ละสองครั้งมา 3-4 ปี ครั้งนี้มาด้วยอาการไข้สูง หนาวสั่น หอบเหนื่อย นอนราบไม่ได้มาประมาณ 4 ชั่วโมง มาที่ห้องฉุกเฉิน ปรอท 38.5 องศา ชีพจร 90 ครั้ง/นาที ความดัน 100/70 หอบมาก แพทย์เวรสงสัยภาวะปอดอักเสบร่วมกับหัวใจล้มเหลว และภาวะช็อคจากการติดเชื้อในกระแสโลหิต หมอใส่ท่อช่วยหายใจ ใช้เครื่องช่วยหายใจ ออกซิเจน 100% ใส่สายให้อาหารทางจมูก ให้ยาโดปามีนอยู่สิบห้าไมโครกรัม/กิโลกรัม/นาทีเพื่อเพิ่มความดัน ทำเซพติคเวิคอัฟ เจาะเลือดดู ซีบีซี น้ำตาล ตับ ไต เกลือแร่ ไปแล้ว ยังไม่ทราบผลค่ะ เริ่มยาฆ่าเชื้อ……และ…… ขณะนี้ชีพจร 100 ครั้ง/นาที ความดันโลหิต 110/80 หายใจเข้ากับเครื่อง 24 ครั้ง/นาที ระดับออกซิเจนในเลือด 100% ค่ะ อาจารย์จะเรียนสายกับแพทย์เวรไหมคะ อยู่หน้าเคาน์เตอร์พอดีค่ะ” เธอรายงานอย่างคล่องแคล่ว และได้ใจความ “โอเค ครับ” หลังจากปรึกษาหารือกับแพทย์เวรแล้ว….. “เดี๋ยวผมเข้าไป” ………

เสียงสวรรค์ปลุกทุกคนในครอบครัวให้ตื่นขึ้น “คุณพ่อต้องไปด้วยเหรอครับ” เป็นคำถามที่ลูกๆจะต้องถามผมเสมอเมื่อเสียงสวรรค์สิ้นสุดลง “พ่อต้องไปสิจ๊ะลูก คนไข้กำลังรออยู่” เป็นคำตอบที่แม่ของลูกของผมบอกลูกทุกครั้งเช่นกัน…….

ผมใช้เวลาไม่นานนักก็มาถึงโรงพยาบาล หลังจากประมวลความรุนแรงของโรคจากการตรวจเยี่ยมอาการ พิจารณาผลเลือด ผลเอ็กซ์เรย์ของคุณสมถวิลแล้ว จึงได้สั่งการรักษาเพิ่มเติม

“เกิดอะไรขึ้นกับคุณแม่ครับ” ผมถือวิสาสะแบบเป็นกันเองกับลูกๆของคุณสมถวิลเพราะ ได้รักษาคุณสมถวิลแบบประคับประคองอาการกันมาสาม-สี่ปีแล้ว “เมื่อเช้าคุณแม่ยังดีๆอยู่เลยค่ะ หนูพามาล้างไต หมอไตยังบอกเลยค่ะว่า วันนี้คุณแม่ดูดี แจ่มใส” คุณแยม ลูกสาวคนเล็กที่มีความผูกพันกับคุณแม่อย่างมากและเป็นผู้ดูแลคุณแม่มาตลอดในช่วงสาม-สี่ปีที่ผ่านมา เธอลาออกจากงานเพื่อการนี้โดยเฉพาะ

เมื่อ 3-4 ปีก่อน คุณสมถวิลเกิดภาวะโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน มีภาวะหัวใจล้มเหลว ได้รับการฉีดสารทึบรังสีหลอดเลือดหัวใจพบว่า หลอดเลือดที่ทำบายพาส 4 จุด ตีบตันหมดเหลือเส้นที่ต่อไว้ที่หลอดเลือดหัวใจเส้นขวาเพียงเส้นเดียว หลอดเลือดธรรมชาติก็เล็กมาก ตีบขรุขระทั่วๆไปทุกเส้นไม่สามารถทำบอลลูนหรือผ่าตัดได้ หัวใจห้องล่างซ้ายบีบตัวแค่ 25-30% เท่านั้น (ปกติต้องบีบมากกว่า 50%) ตอนนั้นผมต้องใส่สายเข้าที่หลอดเลือดแดงที่ขาและใช้เครื่องพยุงหัวใจ รักษาแบบประคับประคอง เธอรอดมาได้ราวปาฏิหาริย์ แต่ไตเธอวายไม่ฟื้นตัว ต้องล้างไตมาจนถึงปัจจุบันนี้ ตอนนั้นผมบอกครอบครัวของเธอว่า “คุณแม่อาจเกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีกและอาจไม่โชคดีอย่างครั้งนี้” ลูกๆทั้งหก….หยง หยาง หยก ยศ ยักษ์ และ แยม…ยังต้องการให้เธออยู่ด้วยนานที่สุดที่จะทำได้ “เรามีแม่คนเดียวที่เลี้ยงเรามาตั้งแต่เด็ก คุณพ่อเสียตั้งแต่ดิฉันพอจำความได้ ตอนนั้นประมาณ 10-11 ขวบ” คุณหยง พี่สาวคนโตวัยสี่สิบเศษพูดขึ้น “แม่ทำทุกอย่างเพื่อให้พวกเรามีชีวิตอยู่รอด ตื่นทำงานตั้งแต่เช้า กว่าจะเข้านอนก็ตีหนึ่งตีสองทุกวัน ทำทุกอย่างทั้งงานบ้าน งานขายของหน้าร้าน งานดูแลลูกๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเสื้อผ้า กระเป๋าเรียน อาหารทั้งสามมื้อ กลางวันแม่ต้องเอาข้าวไปส่งเราที่โรงเรียนค่ะ เราเรียนอยู่ใกล้บ้าน แม่บอกให้พวกเราเรียนสูงๆจะได้ไม่ลำบากเหมือนแม่ บางทีแม่ก็โกรธพวกเราที่ดื้อ ถูกดุถูกตีก็บ่อย แต่เราก็รักแม่ค่ะ….อยากให้อยู่กับเราไปนานๆ” เธอพูดด้วยน้ำตาที่เปี่ยมด้วยความรักความอาลัย ทำให้น้องทั้งเจ็ดร้องไห้ตามไปด้วย

 

ลูกๆทุกคนของคุณสมถวิลล้วนเรียนจบมหาวิทยาลัย….ยักษ์ กำลังเรียนโท-เอกที่อเมริกา!!!

 

“ตอนนี้คุณแม่เป็นอย่างไรบ้างคะ” คุณหยาง พี่รองจากคุณหยงพูดขึ้น “อาการคุณแม่น่าเป็นห่วงมาก ปอดด้านขวาอักเสบ ติดเชื้อในทางเดินกระแสเลือด ความดันโลหิตต่ำ ต้องให้ยาเพิ่มความดันปริมาณที่สูง น้ำตาลในเลือดสูง ตับทำงานผิดปกติ ซีดมาก ร่างกายเป็นกรด เกลือแร่ผิดปกติ เกลือโปแตสเซียมสูงจนอาจเป็นอันตรายต่อชีวิต ร่วมกับภาวะหัวใจและหายใจล้มเหลว ที่สำคัญ ภูมิต้านทานโรคของท่านต่ำกว่าคนปกติ เพราะเป็นเบาหวาน ไตวายเรื้อรัง ผมกลัวท่านจะต้านทานเชื้อโรคไม่ไหวครับ” ผมตอบ “คุณหมอคะ อยากให้คุณหมอช่วยคุณแม่เต็มที่ เรื่องค่าใช้จ่ายไม่มีปัญหาค่ะ” คุณหยง กล่าวขึ้นมาด้วยความเป็นห่วง “ผมทราบครับ พวกเราจะพยายามทำอย่างเต็มที่ครับ ผมปรึกษากับหมอไต หมอปอดและหมอด้านโรคติดเชื้อแล้ว เดี๋ยวก็คงต้องล้างไต เพื่อแก้ไขเกลือแร่และกรดของร่างกาย ต้องดึงน้ำออกอีกเพราะ หัวใจล้มเหลวเลือดคั่งในปอด” ผมตอบ “แล้วเมื่อไหร่คุณแม่จะดีขึ้นคะ” คุณหยางถามต่อ “ตอนนี้อาการยังน่าเป็นห่วง คงต้องรอ 24-48 ชั่วโมง จึงจะตอบได้อย่างมั่นใจมากขึ้นครับ ตอนนี้ต้องติดตามอาการและแก้ไขอย่างต่อเนื่อง” ผมตอบ “ถ้าภายในเวลาดังกล่าวอาการของคุณแม่ดีขึ้น ก็น่าจะดีขึ้นเป็นลำดับครับ”

คุณแยมที่ยืนฟังอย่างเงียบๆถามขึ้นบ้าง “คุณหมอคะ ทำไมคุณแม่ถึงปอดอักเสบ…ข้างขวา....ใช่ไหมคะ ติดเชื้ออะไร ทำไมถึงรุนแรงและรวดเร็วแบบนี้คะ หนูไม่เข้าใจ” ผมสบตาคุณแยมที่จ้องมาที่ผมอย่างอยากรู้อยากเห็นและต้องการคำตอบ “จากเอ็กซ์เรย์ปอดพบว่า ปอดคุณแม่ด้านขวามีลักษณะของปอดอักเสบหรือปอดบวม สาเหตุอาจจะมาจาก การสำลักอาหาร น้ำลาย หรือ ทางเดินหายใจส่วนต้นอักเสบแล้วเชื้อลามไปที่ปอด หรือเชื้ออาจเข้ากระแสเลือดแล้วก่อให้เกิดปอดอักเสบก็ได้ครับ ทั้งนี้เพราะภูมิต้านทานเชื้อโรคของคุณแม่ต่ำกว่าคนปกติ เชื้อส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นเชื้อโรคที่อยู่ในอากาศ ในทางเดินหายใจส่วนต้น หรือในร่างกายส่วนหนึ่งส่วนใดก็ได้ ส่วนจะเป็นเชื้ออะไรนั้น คงต้องรอผลการเพาะเชื้อก่อน คาดว่า 2-3 วันก็น่าจะทราบผล ตอนนี้เราให้ยาฆ่าเชื้อสองขนานคลุมเชื้อแบคทีเรียที่เราพบบ่อยและคาดว่าจะเป็นสาเหตุของการติดเชื้อไปแล้ว คงต้องรอผลของยาที่เราให้เข้าไปสักระยะหนึ่งครับ” ผมตอบ “แล้วอีกกี่วันจึงจะเห็นผลของยาคะ” เธอถามต่อ “ก็คง 24-48 ชั่วโมงแหละครับ” ผมตอบ “เร็วกว่านั้นไม่ได้หรือคะ” คุณแยมยังคงถามด้วยความห่วงไยคุณแม่ ผมได้แต่ยิ้ม…..มองหน้าคุณหยง คุณหยาง และคุณแยม พร้อมกับหาคำตอบที่จะทำให้เธอทั้งสามเข้าใจ…..ซึ่งทั้งสามก็กำลังจ้องมองมาที่ผมเป็นตาเดียวกัน!!!

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง

- การรักษาทุนมนุษย์ (ตอนจบ)
- การรักษาทุนมนุษย์ (ตอนแรก)
- จากจานบินสู่กระทงหลงทาง
- ความเครียดจากการทำงาน
- ปล่อยวาง….. (แต่....ไม่ลืม) (ตอนจบ)
 
© 2011-2012 All Contents are copyright reserved by CardioOK
Design by MEALphotography.com