08 กันยายน 2013

การรักษาทุนมนุษย์

ตอนจบ

การรักษาทุนมนุษย์

พนักงานประเภทใดที่องค์กรควรธำรงรักษาไว้  การสรรหา คัดเลือก อบรม และธำรงไว้ซึ่งทรัพยากรมนุษย์ เป็นหน้าที่สำคัญของผู้บริหาร แม้การสรรหา คัดเลือกและอบรมจะเป็นสิ่งที่ยาก แต่การธำรงไว้กลับเป็นสิ่งที่ยากยิ่งกว่า เพราะในสามขั้นตอนแรกดังกล่าวนั้น เป็นสิ่งที่พนักงานต้องการและมีความจำเป็นเพื่ออยู่กับองค์กร ¦ในขณะที่องค์กรก็ต้องการพนักงานเหล่านี้ นั่นคือเป็นความต้องการของทั้งสองฝ่าย แต่เมื่อเวลาผ่านไปพนักงานเหล่านี้ เกิดการเรียนรู้และพัฒนามากขึ้นจนสามารถดำเนินกิจกรรมต่างๆได้ด้วยตนเอง  หรืองานที่ได้รับมอบ หมายนั้นหมดความท้าทาย ก็อาจจะเสาะหางานใหม่ที่ท้าทายมากขึ้น นั่นคือ ต้องการออกจากองค์กร ในขณะที่องค์กรต้องการให้พนักงานดังกล่าวอยู่กับองค์กร จึงเป็นการปรบมือข้างเดียว โอกาสที่พนักงานจะลาออกจึงเป็น ไปได้สูง

การลาออกของพนักงานโดยเนื้อแท้ อาจไม่ใช่สิ่งที่เลวร้ายเสมอสำหรับองค์กร เพราะการลาออกจะทำให้เกิดตำแหน่งที่ว่าง องค์กรสามารถจัดหาพนักงานอื่นที่ดีกว่ามาทดแทนได้ ดังนั้นการธำรงรักษาพนักงานจึงไม่ใช่ต้องรักษาพนักงานให้อยู่กับองค์กรทุกคน หรือ ลดอัตราการลาออกของพนักงาน แต่จะต้องธำรงรักษาไว้ซึ่งพนักงานที่เพิ่มคุณค่าให้กับองค์กรได้อย่างแท้จริง นั่นคือ ต้องเป็นพนักงาน คนเก่ง คนดี และคนสำคัญ ขององค์กรเท่านั้น

การระบุพนักงาน คนเก่ง คนดี และ คนสำคัญ ผู้บริหารควรดำเนินการเฟ้นหาและระบุพนักงานดังกล่าวไว้โดยประเมินจาก

  1. ผลการปฏิบัติงาน (performance) คนเก่งหมายถึง ผู้ที่ปฏิบัติงานได้อย่างดีเยี่ยมอยู่อย่างสม่ำเสมอ สามารถทำงานให้ลุล่วงอย่างมีประสิทธิภาพโดยแทบไม่ต้องควบคุมดูแล มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ เป็นผู้ปฏิบัติตามกฎข้อบังคับและระเบียบขององค์กรอย่างเคร่งครัด มีความซื่อสัตย์สุจริต มุ่งมั่นขยันทำงาน มีความรับผิดชอบและเสียสละเพื่อประโยชน์ขององค์กรอย่างเด่นชัด
  2. ความสามารถในการพัฒนาองค์กร คนดีขององค์กรต้องมีภาวะผู้นำ คิด ทำ พูดเป็น มีความรู้ความชำนาญที่องค์กรต้องการหลายๆด้าน มีความเป็นครู เรียนรู้ได้เร็ว สามารถสื่อสารความหมายหรือส่งต่อข้อมูลขององค์กรได้อย่างถูกต้องเหมาะสม  สามารถสร้างนวัตกรรมที่มีค่าและนำไปปฏิบัติได้จริง รวมทั้งเป็นที่รักใคร่ของคนในองค์กร สามารถโน้มน้าวคนในองค์กรให้ดำเนินตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายขององค์กรได้เป็นอย่างดี
  3. ความจำเป็นต่อองค์กร คนสำคัญต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ ความชำนาญ และทักษะที่ไม่เหมือนใคร และเป็นสิ่งที่องค์กรต้องการอย่างยิ่ง สามารถทำงานด้านต่างๆได้แทนผู้อื่นเมื่อองค์กรมีความจำเป็น หากต้องหาผู้อื่นมาแทน องค์กรจะต้องจ่ายค่าจ้างเป็นเงินจำนวนมาก และถ้าไปอยู่กับคู่แข่งก็จะทำให้องค์กรประสบกับความเสีย หายอย่างมาก

พนักงานแต่ละคนอาจมีความเก่ง ความดี และความสำคัญไม่เท่าเทียมกัน น้อยคนที่จะมีทั้งสามกรณีทัดเทียมกันอยู่ในคนๆเดียวกัน องค์กรของท่านมีคนเก่ง คนดี และคนสำคัญ มากน้อยเพียงใด ใครบ้างที่ท่านจะต้องธำรงรักษาให้อยู่กับองค์กร แม้การระบุตัวพนักงานจะเป็นสิ่งสำคัญ แต่เมื่อเวลาผ่านไปบทบาทและความต้องการพนักงานขององค์กรก็จะเปลี่ยนแปลงไปด้วย ผู้บริหารจำเป็นต้องประเมินและระบุพนักงานที่จำเป็นอย่างยิ่งขององค์กรเป็นระยะๆและอย่างสม่ำเสมอ เพื่อองค์กรจะมีพนักงานที่เพรียบพร้อมตามที่องค์กรต้องการอยู่ตลอดเวลา

เจ็ดกลวิธีในการธำรงรักษาพนักงาน ในการธำรงรักษาไว้ซึ่งพนักงานคนเก่ง คนดี และคนสำคัญ ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดเป็นนโยบายอย่างชัดเจนในการสนองความต้องการของพนักงานในองค์กร แม้ค่าตอบ แทนจะเป็นสิ่งหนึ่งที่พนักงานต้องการ แต่ไม่ใช่สิ่งแรกๆที่พนักงานคาดหวัง ผู้บริหารสามารถพัฒนาองค์กรด้านอื่นขึ้นมาชดเชยเพื่อการธำรงพนักงานดังนี้

  1. ให้ความสำคัญกับพนักงาน ด้วยการเริ่มต้นอย่างถูกต้อง องค์กรต้องมีระบบในการสรรหา คัดเลือก กำหนดวัตถุประสงค์ของงานที่ชัดเจน ค่าตอบแทนที่ยุติธรรม จัดปฐมนิเทศและฝึกอบม เพื่อให้พนักงานเข้าใจและสามารถปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้อง การจัดทำให้ลักษณะดังกล่าว เป็นการทำให้พนักงานเห็นหรือรู้สึกว่า ตนและงานของตนมีความสำคัญสำหรับองค์กร
  2. สร้างบรรยากาศที่ดีในการทำงาน ความสัมพันธ์ที่ดีของพนักงานในองค์กร จะทำให้เกิดความรัก ความผูกพัน ความนับถือ การร่วมมือร่วมใจ ความจงรักภักดี  และความสำเร็จขององค์กร  ความสัมพันธ์ที่ดีจะเกิดขึ้นไม่ได้หากหัวหน้าหรือผู้บริหารสูงสุดไม่เป็นบุคคลที่ทุกคนให้ความเคารพ องค์กรไม่มีนโยบายที่เด่นชัด ไม่มีวัฒนธรรมองค์กรที่เกื้อหนุนต่อการสร้างสัมพันธภาพระหว่างบุคคลต่อบุคคล บุคคลต่อหน่วยงาน บุคคลต่อองค์กร หน่วยงานต่อหน่วยงาน และหน่วยงานต่อองค์กร ดังนั้นผู้บริหารจึงควรทำตัวให้เป็นที่นับถือ นิยมชมชอบ เคารพรักของพนักงานทั่วไปทั้งต่อหน้าและลับหลัง กำหนดนโยบาย เป้าหมาย และสร้างวัฒนธรรมองค์กร เพื่อ ให้เกิดความสัมพันธ์ที่ดีของพนักงานในการทำงาน
  3. ให้มีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ หากพนักงานมีส่วนร่วมในการวางแผนการดำเนินงาน และ สามารถกำหนดวิธีการทำงานได้ด้วยตนเอง รวมทั้งการประเมินผลงาน จะทำให้เขาเหล่านั้นเกิดความเชื่อมั่น เชื่อใจ มองเห็นความสำคัญของตนเองในด้านความสามารถและความเป็นเจ้าของ เกิดความร่วมมือร่วมใจกันทำงาน และสร้างบรรยากาศที่ดีในการทำงาน ผู้บริหารจึงต้องกระจายอำนาจการบริหารจัดการให้แบนราบ มีการแบ่งปันและกระจายข้อมูลอย่างเปิดเผยและจริงใจ เพื่อให้พนักงานสามารถนำข้อมูลไปใช้ในการตัดสินใจได้อย่างถูกต้องเหมาะสม
  4. ให้อำนาจและความอิสระในการตัดสินใจ เมื่อมีการมอบหมายงานและให้พนักงานมีส่วนร่วมในการบริหาร เพื่อให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพ จำเป็นต้องมอบอำนาจในการตัดสินใจกับพนักงานให้มากที่สุดเท่าที่จะยอมรับได้  สิ่งที่สำคัญที่สุดในงานบริการก็คือ การแก้ไขปัญหาหน้างานที่เกิดขึ้นกับลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพและถูกใจลูกค้ามากที่สุด เพื่อสร้างความพึงพอใจและสนองความคาดหวังของลูกค้า เพื่อให้กลับมาใช้บริการอีกจนกลายเป็นลูกค้าขาประจำในที่สุด
  5. สร้างความสมดุลระหว่างงานกับชีวิต โดยสร้างความยืดหยุ่นในการทำงาน  เช่น การจัดตารางการทำงานที่ยืดหยุ่นมากขึ้น  การปรับเปลี่ยนหรือออกแบบงานใหม่ เพื่อให้เหมาะสมกับกาลเทศะและตัวบุคคล การเน้นที่ผลของงานมากกว่าวิธีทำงาน เหล่านี้เป็นต้น
  6. มอบหมายงานที่ท้าทายให้มากขึ้น พนักงานส่วนใหญ่มีความสุขกับการที่ได้รับความไว้วางใจให้รับผิดชอบทำงานที่ท้าทาย ผู้บริหารต้องมอบหมายอำนาจหน้าที่ที่ท้าทายและมีความหมายให้กับพนักงานอย่างทั่ว ถึงตามความสามารถ ไม่เลือกที่รักมักที่ชัง และต้องให้คำปรึกษา แนะนำ ช่วยเหลือ เพื่อให้งานนั้นๆลุล่วงตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายขององค์กรที่วางไว้
  7. สร้างทัศนคติในการธำรงรักษาพนักงาน หัวหน้าหรือผู้จัดการคือ คนที่องค์กรไว้วางใจมอบหมายให้ปฏิบัติงานให้สำเร็จโดยอาศัยความร่วมมือจากผู้อื่นเป็นผู้ทำงานแทน หัวหน้าหรือผู้จัดการจึงมิใช่เพียงแต่จัดหาคนมาทำงาน แต่ต้องรู้จักบริหารงานที่รับผิดชอบและบริหารปกครองผู้ใต้บังคับบัญชาเพื่อให้งานสำเร็จ หากหัวหน้าไม่มีความสามารถดังกล่าว ก็จะทำให้งานขององค์กรที่ได้รับการมอบหมายไม่สามารถลุล่วงไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นหัวหน้าจึงจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับงานและชีวิตส่วนตัวของพนักงาน ให้ความสนใจและสนับสนุนเรื่องส่วนตัวนอกที่ทำงาน เช่น การสนับสนุนให้ไปเป็นวิทยากร การฝึกอบรมนอกสถานที่ที่ต้องการ รวมทั้งการหาวิธีการทำงานแบบใหม่ๆเพื่อให้งานสำเร็จ เพิ่มความพึงพอใจและลดอัตราการลาออกของพนักงาน

 โดยสรุป  ทรัพยากรหรือทุนมนุษย์เป็นปัจจัยสำคัญอันหนึ่งที่ทำให้องค์กรแข็งแกร่งและสามารถแข่งขันกับองค์กรคู่แข่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ การสูญเสียพนักงานไปให้กับองค์กรอื่นอาจทำให้องค์การสูญเสียต้นทุนทั้งทางตรง ทางอ้อมและค่าเสียโอกาส ผู้บริหารจำเป็นต้องธำรงรักษาพนักงานเอาไว้ ซึ่งไม่ได้หมายความว่า จะต้องรักษาพนักงานทุกคนเอาไว้ในองค์กร แต่จะต้องรักษาพนักงานที่สร้างคุณค่าให้กับองค์กรอย่างแท้จริง นั่นคือ ต้องรักษาพนักงานคนเก่ง คนดีและคนสำคัญเอาไว้ให้ได้ โดยประเมินจาก ผลการปฏิบัติงาน ความสามารถในการพัฒนาองค์กรและความจำเป็นของพนักงานต่อองค์กร สำหรับการธำรงรักษาพนักงานดังกล่าวไว้กับองค์กร ผู้บริหารจะต้องทราบธรรมชาติและความต้องการของมนุษย์ เหตุของการอยู่และการไปจากองค์กรของพนักงาน ที่สำคัญคือ ความภาคภูมิใจในองค์กร งานที่ท้าทายและมีความหมาย ค่าตอบแทนที่ยุติธรรม และความสมดุลระหว่างงานและชีวิตส่วนตัว ผู้บริหารจะต้องตอบสนองให้ตรงกับความต้องการและความคาดหวังนั้นด้วยยุทธ ศาสตร์ที่แยบยลเหนือชั้นกว่าคู่แข่งขัน จึงจะชนะคู่ต่อสู้ในสงครามแย่งชิงตัวที่นับวันจะรุนแรงมากขึ้น

 

 

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง

- การรักษาทุนมนุษย์ (ตอนแรก)
- สงครามกับชีวิต (ตอนแรก)
- จากจานบินสู่กระทงหลงทาง
- ความเครียดจากการทำงาน
- ปล่อยวาง….. (แต่....ไม่ลืม) (ตอนจบ)
 
© 2011-2012 All Contents are copyright reserved by CardioOK
Design by MEALphotography.com